http://pakoy.igetweb.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com
 

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

ปฎิทิน

« April 2014»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930   

สถิติ

เปิดเว็บ01/06/2007
อัพเดท26/11/2013
ผู้เข้าชม337,882
เปิดเพจ222,055

บริการ

หน้าแรก
บทความ
เว็บบอร์ด
รวมรูปภาพ

ไก่ป่าก๋อย

ไก่พม่า

ลักษณะไก่เก่ง

การเลี้ยงไก่ชน

Alternative content

iGetWeb.com

ไก่สายพันธ์เหล่าป่าก๋อย

ไก่สายพันธ์เหล่าป่าก๋อย

 

ไก่เหล่าป่าก๋อย

ไก่เหล่าป่าก๋อย ของกุสุมาลำพูน  ภาพจาก หนังสือกีฬาไก่ชน

( รวบรวมคัดลอกโดย นายแมค สมาชิกเวปไก่ชนและเวปสุ่มไก่ ปรับปรุงครั้งสุดท้ายวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๔๕ )

ตำนานและกำเนิดของสายพันธุ์เหล่าป่าก๋อย

หมู่บ้านเหล่าป่าก๋อย    ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เป็นแหล่งสถานที่ให้กำเนิดสายพันธุ์ไก่ชนมีเชิงกัดจิก ไม่เลือกที่ คาบบ่าตีตัว (ก้าบจัด)ทรหดอดทน และที่สำคัญตีแรงตีหนัก (ฆ้อนหนัก)  ซึ่งไก่ชนสายพันธุ์นี้ให้ชื่อเรียกตามหมู่บ้านว่า "ไก่เหล่าป่าก๋อย"

    เล่ากันว่า    พ่อหลวงสุพจน์ วิจิตร    ผู้ใหญ่บ้านป่ารกฟ้า ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง  เมื่อประมาณ 30ปีก่อน เมื่อพ่อหลวงสุพจน์ ได้ถูกเกณฑ์ทหาร เข้าประจำการในเขตภาคตะวันออก    หลังจากปลดประจำการแล้วก็ได้นำไก่ชนของเมืองจันทน์กลับมาด้วย เป็นไก่สีเหลืองเลาตัวผู้ มีลีลาการชนคล้ายๆ ไก่เชิงตราด คือ มัดล็อค มุด ตีตัว และลอดทะลุหลัง   ส่วนตัวเมียเจ้าของไม่ให้เพราะห่วงสายพันธุ์        เมื่อกลับมาถึงบ้านป่ารกฟ้า ก็ได้นำมาพัฒนาผสมพันธุ์กับไก่พื้นบ้าน ซึ่งมีลักษณะเด่น คือ เดินหน้าจิกหลังตีทั่วตัว ไม่ต้องใช้เชิงก่อน   เป็นไก่รอยเล็ก น้ำหนักราว1.8-2 กิโลกรัม         ปรากฎว่าลูกครอกแรกๆถือว่าใช้ได้ แต่พอต่อๆมาก็เริ่มใช้ไม่ได้ เพราะสาเหตุการผสมครอกหรือสายเลือดเดียวกันทุกๆปี ทำให้เกิดเลือดชิด     พ่อหลวงสุพจน์จึงกลับไปเมืองจันทน์อีกครั้ง เพื่อเสาะหาสายพ่อพันธุ์เหลืองเลาตัวเก่ง   และก็ได้กลับมาหลายตัว  เมื่อผสมไปได้หลายปี ปรากฎว่าลูกไก่ที่ออกมามีโครงสร้างตามสายพันธุ์และที่สำคัญมีชั้นเชิงดีกว่าพ่อและแม่พันธุ์เดิม  คือได้เชิงดีทั้งจากพ่อและแม่  โดยเฉพาะเชิงเดินหน้าตีและจิกหลังตีทั่วตัว ซึ่งถือว่าเป็นลักษณะเด่นของไก่สายพันธุ์นี้     ต่อมาก็มีนักเล่นไก่ต่างหมู่บ้านได้นำสายพันธุ์ไก่นี้ไปเลี้ยงและพัฒนาต่อเนื่อง

    หมู่บ้านเหล่าป่าก๋อย    ก็เป็นอีกหมู่บ้านที่ได้รับสายพันธุ์ไก่มาจากพ่อหลวงสุพจน์    และไก่สายพันธุ์จิกกัดไม่เลือกที่ จากบ้านเหล่าป่าก๋อยนี้เอง ที่ถูกนำออกชนและสร้างชื่อเสียง จนขนานนาม ไก่สายพันธุ์นี้ว่า "ไก่เหล่าป่าก๋อย"    

    ยังเล่าต่อกันอีกว่าในการพัฒนาไก่เหล่าป่าก๋อยในรุ่นต่อๆมา มี กำนัน แก้วปาปวน     อดีตกำนัน3สมัย แห่งตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง ได้เป็นผู้อนุรักษ์และพัฒนาไก่ชนเหล่าป่าก๋อยเช่นกัน โดยได้สายพันธุ์มาจากพ่อหลวงสุพจน์  

    คุณเชียร สันกำแพง   ประธานชมรมอนุรักษ์ไก่ชนเมืองเหนือ จังหวัดลำพูน ได้เล่าถึงความเป็นมาว่า    เมื่อประมาณปี 2526-2527 สมัยนั้นเซียนไก่ชนไม่มีใครเล่นไก่ชนที่มีเชิงลักษณะไก่เหล่าป่าก๋อย แต่จะนิยมเล่นไก่สายพันธุ์พม่ามากกว่า  คุณเชียร เล่าต่อไปว่า แต่เดิมนั้นพ่อหลวงสุพจน์และกำนันแก้ว ปาปวน เป็นผู้เลี้ยงและพัฒนาพันธุ์  แต่ก็ยังไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจกับไก่ชั้นเชิงนี้เท่าไร จนกระทั่ง    นายเดช ปาปวน ชาวหมู่บ้านเหล่าป่าก๋อย ได้เหล่ากอสายพันธุ์ไก่นี้มาจากพ่อหลวงสุพจน์ และนำออกชนตามสนามชนไก่ในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และจังหวัดใกล้เคียง และได้รับชัยชนะ   สร้างชื่อเสียงให้กับไก่ชนสายพันธุ์นี้เป็นอย่างมาก   สมัยนั้นเล่ากันว่า เซียนทางภาคเหนือพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ไก่อะไรจิกกัดทั้งตัว"  ไก่ตัวที่สร้างชื่อเสียงให้นายเดช ปาปวน เป็นอย่างมาก เช่น ไอ้สาวิดีโอ ,ไอ้สาน้อย     และนายเดช ปาปวน มีเพื่อนที่สนิทและเล่นไก่ด้วยกัน คือ นายจำลอง ชัยปัน หรือที่รู้จักกันในนาม นายยืน  ชาวบ้านหนองผ้าขาว ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน   ก็เป็นผู้ได้รับเหล่ากอและพัฒนาสายไก่เหล่าป่าก๋อย หลังจากนายเดช ปาปวน เสียชีวิตแล้ว

    นายจำลอง ชัยปัน หรือ นายยืน เปิดเผยว่า เดิมที่ตนและนายเดช ปาปวน เป็นเพื่อนสนิทกันมาก นายเดชเป็นชาวบ้านเหล่าป่าก๋อยและเป็นหลานของกำนันแก้ว ปาปวน      หลังจากที่นายเดช เสียชีวิต ตนเองได้นำไก่สายพันธุ์ของนายเดชมาเลี้ยงและพัฒนาสายพันธุ์สืบต่อมา      ไก่ชนที่ทำชื่อเสียงให้กับ นายจำลอง ชัยปัน หรือนายยืน  ได้แก่ ไก่ชื่อไอ้แจ้ ซึ่งเป็นพ่อพันธุ์และให้ลูกเก่งออกมาหลายตัว คือ ไอ้ทหารเรือ ไอ้แดงน้อย ไอ้แดงหน้าง่อม  ตัวที่นายยืน พูมใจที่สุดก็คือ ไอ้หนุ่มเหนือ คาราบาว หรือไอ้สามแสนสาม  ชนชนะไก่พม่าที่สนามชนไก่ เวล จังหวัดนครปฐม  เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2543  ไก่ตัวนี้เป็นไก่ลูกเพาะของตน เกิดที่ บ้านหนองผ้าขาว หรือบ้านวังสวนกล้วย         ไก่ชนไอ้หนุ่มเหนือคาราบาว ตนเองเพาะเลี้ยงและแบ่งกับครูรัน โดยครูรันเลี้ยงและออกชนในเขตภาคเหนือ จากนั้นครูรันได้ขายต่อให้กับคุณเลิศพงศ์ อดิศร หรือทนายก้อง

    ไอ้หนุ่มเหนือคาราบาว มาจากสายพันธุ์ไอ้แจ้ ซึ่งเป็นพ่อพันธุ์สายหลักของนายยืน  ไอ้แจ้เป็นพ่อไก่ให้ลูกเก่ง  และไอ้แดงหน้าง่อมก็เป็นไก่เก่ง ลูกของไอ้แจ้  และเป็นพ่อของไอ้หนุ่มเหนือคาราบาว    ส่วนแม่พันธุ์ ชือ แม่ยักษ์  ซึ่งให้ลูกเก่งๆหลายตัว เช่น ไอ้สองหมื่นเก้า ,ไอ้เขียววัว ,ไอ้องครักษ์จั่น ,ไอ้จิ้งหรีดทอง ,ไอ้แมงจอน เป็นต้น

(คัดย่อจาก วารสารสื่อปศุสัตว์ ฉบับปีที่ ๒ ฉบับที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๓ )

ผู้สร้างตำนานเหล่าป่าก๋อยและผู้ร่วมอุดมการณ์เผยแพร่พัฒนาจนมาเป็นเหล่าป่าก๋อยที่โด่งดัง

พ่อหลวงพจน์    พ่อหลวงพจน์หรือคุณสุพจน์ วิจิตร     ผู้ที่คนยกย่องว่าเป็น"รากเหง้าของไก่เหล่าป่าก๋อย

พ่อหลวงสุพจน์มีความสนใจและรักไก่ชนตั้งแต่วัยเยาว์ เมื่ออายุครบเกณฑ์ทหาร ก็ถูกคัดเลือกเข้าประจำการและมีโอกาสรู้จักกับเพื่อนทหารจากจังหวัดตราดที่ชื่นชอบไก่ชนเช่นเดียวกัน  หลังจากพ้นประจำการจึงได้นำไก่ชนจากเพื่อนทหารที่จังหวัดตราด กลับมาเลี้ยงที่บ้านเหล่าป่าก๋อย โดยได้เฉพาะพ่อไก่มาจากตราดและนำมาผสมพัฒนากับไก่พื้นบ้านเหล่าป่าก๋อย  ลูกหลานที่ได้ปรากฎว่ามีชั้นเชิงแตกต่างจากไก่เหนือทั่วไป คือ มีเชิงเข้าปีก มุดมัด เอี้ยวเลี้ยวคอบน กอดกดขี่ มีบ้างบางตัวคาบบ่าตีตัว   และในรุ่นถัดๆมาจึงคัดผสมให้มีลงเหล่าคาบบ่าตีตัวเป็นลักษณะเฉพาะ  แต่ต่อมาพ่อหลวงสุพจน์มีภาระกิจมาก จึงไม่มีเวลาให้กับการพัฒนาสายพันธุ์ไก่ชนอีก  และได้มอบสายพันธุ์ไก่เชิงคาบบ่าตีตัวให้กับผู้อื่นต่อไป เช่น นายยืนบ้านท่าไม้ ,ครูนิ่ม ,นายเสริฐ ,ครูเลิศบ้านเหล่าป่าก๋อย  รวมทั้งครูนิรันดร์แห่งวังสวนกล้วย เป็นต้น

 

กำนันแก้ว ปาปวน  อดีตกำนันสามสมัยแห่งตำบลน้ำดิบ ได้นำสายพันธุ์ส่วนหนึ่งมาจากพ่อหลวงสุพจน์ มาเลี้ยงและพัฒนา  จนตกทอดถึงหลานชายคือ นายเดช ปาปวน

นายเดช ปาปวน    นักเลงไก่ชน ผู้นำไก่ชนป่าก๋อยออกชนตามสังเวียน จนเริ่มเป็นที่รู้จัก เป็นดังผู้เปิดประตูให้ไก่ชนเหล่าป่าก๋อยออกมาจากส่วนลำใยเพื่อผงาดในสังเวียน นายเดชเกิดและโตที่บ้านเหล่าป่าก๋อย จากเป็นคนที่ชอบไก่ชนจึงได้ทำการสะสมไก่เก่งๆในหมู่บ้านไว้หลายตัว และหลายตัวที่มีอยู่ก็คือไก่เชิงคาบบ่าตีตัว สายพันธุ์พ่อหลวงสุพจน์   เมื่อนายเดชนำไก่เหล่าป่าก๋อยเข้าบ่อนมักจะได้รับชัยชนะเสียส่วนใหญ่ ประกอบกับลีลาชั้นเชิงแตกต่างจากไก่เหนือทั่วไป จึงเป็นที่ติดตาต้องใจของผู้พบเห็นเชิงชน  ซึ่งมีทั้งกัดบ่าตีตัว ตีไม่เลือกที่ กัดกระชากถอนขน ทำให้คู่ต่อสู้บาดเจ็บรำคาญ      ด้วยชัยชนะและเอกลักษณ์คาบบ่าตีตัว กัดตีไม่เลือกที่ จึงมีผลให้ทุกคนรู้จักไก่เหล่าป่าก๋อยแพร่หลายมากขึ้น      ถือว่านายเดช ปาปวนเป็นผู้ทำให้วงการไก่ชนรู้จักกับไก่ชนอีกสายพันธุ์ คือ ไก่เหล่าป่าก๋อย         แต่นายเดชเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อยังอายุน้อย   ช่วงชีวิตสั้นนักเกินกว่าจะเห็นสายพันธุ์นี้ ผงาดและรู้จักทั่วไปในวงการไก่ชนทั้งประเทศ

คุณบุญเลิศ อินบุรี (อาจารย์เลิศ)    ครูเลิศกล่าวว่า ต้นกำเนินมาจาก ไก่พ่อหลวงสุพจน์ และคุณเสริฐ เอามาเลี้ยงไปชนที่เชียงใหม่และชนะมาตลอด ก็เลยขอแบ่งซื้อจากคุณเสริฐมาเลี้ยง  เป็นไก่สีเขียว

แต่พอเพาะพันธุ์ไปเรื่อยๆ ลูกหลานที่ได้มีสองสี คือ เหลืองและเขียว ปากสีขาว หงอนไม่ใหญ่ไม่เล็กได้สัดส่วนสวยงาม ผิวหนังปั้นขาไม่ค่อยแดง หางส่วนมากจะออกดอกๆ แข็งเป็นเกล็ดสองแถวเสียส่วนใหญ่ ข้อเสียของไก่เหล่าป่าก๋อย คือ ปีกแห้งกรอบ ลักษณะเชิงตีจะเป็นไก่ก้าบหลัง คือ ตีตัว มุดมัด จิกกระชากขน    แต่ถ้าหัวระเบิดอันตรายมากหมายถึงยื่นหัวแลกแข้งเพื่อเข้าวงใน ถ้าเดินช้าด้วย โอกาสจะเกิดแผลที่หัวมีมาก แต่ถ้าไปเจอเชิงที่เหมือนกันและสู้ไม่ได้ ก็ลงลายหัวเหมือนกัน   ดังนั้น เขาจึงไม่ค่อยปล้ำกันเอง เพราะมักจะเสียไก่ทั้งคู่  เชิงที่ถือว่าดีที่สุดของไก่เหล่าป่าก๋อยจะต้องเข้าปีกแล้วก้าบหลัง เดินหน้า   ไก่ป่าก๋อยจะแพ้ทางเชิงม้าล่อ

ครูเลิศเปรยถึงไก่ตัวเก่งชื่อไอ้แก้ว ซื้อมาในราคา ๕,๐๐๐ บาท จากเชียงใหม่ และต่อมาได้มอบให้คุณแอ๊ด คาราบาว ไป

การคัดเลือกพ่อพันธุ์ อาจารย์เลิศ กล่าวว่า ต้องเป็นไก่ที่ชนชนะมาแล้ว คางเคราสีเหลือง หางดอก ส่วนแม่พันธุ์จะมีแม่เดิมเป็นหลักซึ่งเป็นเหล่าที่มีเชิงก้าบ   หัวดอก ตกกระตามตัว  แม่สีนี้จะให้ลูกเก่งค่อนข้างมากในแต่ละครอก  อาจารย์เลิศ  กล่าวเพิ่มเติมว่า ไก่ในซุ้มที่เก่งก็จะมีสีเขียวเลา ออกชนมา2ปีแล้ว ปีละ3-4ไฟท์      แล้วก็มีอีกตัวของครูนิ่ม คือ เจ้าแก้วฟ้า     

ไก่ชื่อ เจ้าแก้วฟ้า ภาพจากหนังสือนิตยสาร(เซียนไก่ชน)ยอดไก่ชน ฉบับพิเศษ ไก่คาบบ่าตีตัว

คุณอุปถัมน์ ใจธัญ    (ครูนิ่ม)    ครูนิ่มกล่าวว่า ไก่ที่ทำชื่อเสียงให้กับเหล่าป่าก๋อยตัวหนึ่ง เป็นไก่ลาย เจ้าของคือ พ่อหลวงเทวราชหรือพ่อหลวงนวย เป็นไก่ที่กัดบ่า ตีตัว ตีแรง ปีแรกตีได้ไม่กี่ครั้งก็พัก พอปีที่สองก็ออกชนที่เชียงใหม่ โดยมีครูเลิศและนายเดชเป็นผู้นำออกตี     ครูนิ่มกล่าวว่า ได้สายพันธุ์มาจากพ่อหลวงนวย โดยตัวที่ได้มามีเชิงกัดบ่า ตีตัว เป็นหลัก      

ไก่สายพันธุ์ของพ่อหลวงนวยได้ขยายตัวขยายพันธุ์กว้างขวาง และมีเชิงชนคาบบ่าตีตัว        ในรุ่นถัดๆมาก็มีคนนำสายพันธุ์ของพ่อหลวงพจน์มาผสมสายเลือดกันอีก   ไก่เก่งๆ เชิงคาบบ่าตีตัวได้ออกนำไปตีที่เชียงใหม่ ในใช้ชื่อ เหล่าป่าก๋อย ก็เลยเรียกติดกันว่าไก่เหล่าป่าก๋อย     ในสายตาของครูนิ่ม ไก่ป่าก๋อยมีรูปร่างล่ำเตี้ย รอยเล็กประมาณ 2กก. นานๆจะมี 2.5-2.6 กก.สักตัว   สีจะคล้ายกับไก่เหลืองหางขาวของภาคกลาง  มักจะมีหัวดอกหรือด่าง หางดอก ไหล่ดอก เขาดอก เป็นตกกระตามตัว ปากขาว ปากเหลือง อาจมีปากดำบ้าง  แข้งส่วนใหญ่จะเป็นเกล็ดสองแถว แข้งเหลี่ยมๆ  ข้อเสียคือ ถ้าอายุไม่ดีกระดูกไม่ดี ตีไปเรื่อยจะซึม  จะให้ดีต้องรอชนขวบจึงเลี้ยงออกชนจะดีกว่า  ชั้นเชิงป่าก๋อยเป็นไก่ไม่เลือกทีตี จิกจับได้ตีกระชากขน ซึ่งไก่เหนือ(พม่า)จะไม่ชอบ     แต่ไก่เหล่าป่าก๋อยจะไปแพ้ทางไก่เชิงม้าล่อ และไก่เหล่าป่าก๋อยด้วยกัน

 คุณเทวราช หยุมปัญญา(พ่อหลวงนวย)

 

พ่อหลวงนวย ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านเหล่าป่าก๋อย ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง ลำพูน เล่าถึงไก่เหล่าป่าก๋อยว่า เป็นไก่ลีลาจิกหลัง ไล่บี้ประชิดตัวทำให้ไก่พม่าที่นิยมกันในภาคเหนือ ไม่มีจังหวะโยก ถอย หลบ ได้ทัน   เมื่อมาพบกันก็พลัดกันแพ้ชนะ จึงเป็นคู่ปรับที่เหมาะสมกันมาก    พ่อหลวงนวยเล่าต่อว่า ต้นตระกูลเหล่าป่าก๋อยของพ่อหลวงนวย ได้นำแม่พันธุ์มาจากหนองยวง ส่วนพ่อพันธุ์มาจากห้วยไฟซึ่งเป็นไก่พื้นเมืองภาคเหนือ มีลักษณะเชิงชนไม่เลือกที่ตีชนชนะมาหลายครั้ง ได้นำมาเป็นพ่อพันธุ์หลัก  จากนั้นได้แม่พันธุ์มาจากพ่อหลวงสุพจน์ ที่บ้านป่ารกฟ้า ซึ่งแม่พันธุ์มีลักษณะเชิงจิกหลัง ถอนขน เข้าปีก ล็อค มุดมัด ตีลำตัว บุกไล่ประชิดตัว  ปัจจุบันไก่ของหมู่บ้านเหล่าป่าก๋อยแพร่กระจายออกจากหมู่บ้านไปมากขึ้น ทำให้มีการพัฒนาสายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา และเก่งฉกาจฉลาดดีขึ้นกว่าในอดีต เป็นที่รู้จักของนักเลงไก่มากขึ้น

 

คุณจำลอง ชัยปัน (นายยืน)

คุณจำลอง ชัยปัน หรือนายยืน เปิดเผยว่า เดิมที่ตนและนายเดชปาปวน เป็นเพื่อนสนิทกันมาก นายเดชเป็นคนบ้านเหล่าป่าก๋อย และเป็นหลานชายของพ่อกำนันแก้วปาปวน อดีตกำนันตำบลน้ำดิบสามสมัย หลังจากที่นายเดช เสียชีวิต ตนได้นำไก่สายพันธ์ของนายเดชมาเลี้ยงไวและพัฒนาต่อมาจนถึงปัจจุบัน  นายยืนเล่าต่อไปว่า ไก่ชนที่ตนเพาะเลี้ยงและทำชื่อเสียง เช่น ไอ้แจ้ ไอ้ทหารเรือ ไอ้แดงน้อย ไอ้แดงหน้าง่อม   ตัวที่สร้างความพูมใจให้มาก ก็คือ ไอ้หนุ่มเหนือ คาราบาว หรือไอ้สามแสนสาม  ชนชนะไก่พม่าที่สนามชนไก่เวล นครปฐม  เป็นไก่ลูกเพาะของตน เกิดที่บ้านหนองผ้าขาวหรือบ้านวังสวนกล้วย  โดยตนเองเพาะแบ่งกับครูรัน  จากนั้นครูรันได้นำไปเลี้ยงแล้วออกชนในเขตภาคเหนือ จากนั้นครูรัน ก็ขายให้กับทนายก้องหรือคุณเลิศพงศ์ อดิศร

   ไอ้หนุ่มเหนือคาราบาว   เป็นหลานไอ้แจ้ ซึ่งเป็นพ่อพันธุ์หลักของตน เป็นลูกของไอ้แดงหน้าง่อม ส่วนแม่ไก่คือ แม่ยักษ์ ซึ่งให้ลูกเก่งมากหลายตัว เช่น ไอ้สองหมื่นเก้า ไอ้เขียววัว ไอ้องค์รักษ์จั่น ไอ้จิ้งหรีดทอง และไอ้แมงจอน เป็นต้น  

 ภาพไก่เหล่าป่าก๋อย ชื่อ ไอ้ไมค์ จากชมรมอนุรักษ์ไก่ชนเมืองเหนือ

 

ผลงานไก่เหล่าป่าก๋อย

    ไก่คู่หยุดโลก หนุ่มเหนือคาราบาว กับ ไอ้จรวด    เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2543

หนุ่มเหนือคาราบาว    สายพันธุ์เหล่าป่าก๋อย อายุ18 เดือน ไก่ลูกแซม น้ำหนัก 2.8 กก. / สถิติการชนในบ่อนมาตรฐาน2 ครั้ง 1.สนามกีฬาชนไก่แม่สาย ตีกับไก่พม่า ชนะ 2อันกว่า ,2.สนามกีฬาชนไก่เชียงราย ตีกับไก่พม่า ชนะอันกว่า /เชิงชนเท้าบ่า   ประชิดตีตัว ตีหน้ากระเพาะ เจอไก่บุกจะดึงหลัง มุดตี  /สภาพก่อนชน มีแผลที่ขา-อก สภาพร่างกาย 70%  /เจ้าของคุณเลิศพงศ์ อดิศร (ทนายก้อง จังหวัดลำพูน)

ไอ้จรวด    สายพันธุ์ไทยพม่า อายุปีเศษ ลูกแซม น้ำหนัก 2.8 กก. /สถิติการชนในบ่อนมาตรฐาน2ไฟท์ 1.สนามกีฬาชนไก่นครปฐม ชนะอันกว่า 2.สนามเดียวกัน ชนะ2อันกว่า /เชิงชนมีทุกรูปแบบ ถอยตีเป็นอาชีพสภาพก่อนชน มีเวลาเตรียมตัว เดือนกว่า ไม่มีอาการบาดเจ็บสภาพ 100% /เจ้าของกำนันสมคิด เปี่ยมคล้า

    เดิมพันข้างละ 330,000 บาท ร่วมเดิมพัน 660,000 บาท

    ความคิดเห็นก่อนชน

        คุณเลิศพงศ์ อดิศร     (ทนายก้อง) เจ้าของไก่หนุ่มเหนือคาราบาว  กล่าวว่า ไก่ตัวนี้เป็นไก่เหล่าป่าก๋อยเป็นไก่ตีกับพม่าโดยตรง มองว่าหนุ่มเหนือต้องไล่ตีแน่นอน ส่วนคู่ต่อสู้ต้องถอยตี เชื่อว่าหนุ่มเหนือจะสามารถเดินชิดติดตลอดจนไอ้จรวดตั้งตัวไม่ติด แม้ว่าสภาพร่างกายของหนุ่มเหนือจะไม่สมบูรณ์เต็มทีก็ตาม เพราะได้แผลที่หน้าอกและขามากจากการชนครั้งล่าสุด     แต่ทนายก้องก็กล่าวว่าไม่มีปัญหา เพราะคิดว่าเชิงไก่ของหนุ่มเหนือจะเป็นต่อแน่นอน

        กำนันสมคิด เปี่ยมค้า     เจ้าของไอ้จรวด ยืนยันความมั่นใจว่า ไอ้จรวดเป็นไก่ถอยตี น้ำหนักอายุเท่ากัน จึงเชื่อว่าชนกันได้ และได้เตรียมตัวก่อนชนมาเดือนกว่า สภาพร่างกายเต็ม100  จึงมั่นใจว่าจะได้รับชัยชนะแน่นอน

    ปล่อยหางอันแรก ไก่แอ๊ดก็เป็นต่อทันที

เมื่อเริ่มอันแรก    หนุ่มเหนือก็เป็นต่อไอ้จรวดทันที ด้วยความเชื่อถือในชื่อค่ายคาราบาว ราคาเริ่มต้น 5-4 กรรมการปล่อยหาง  ไก่ทั้งคู่เริ่มเข้าห่ำหั่นกัน  เป็นไปตามคาดหมาย หนุ่มเหนือเดินรุกประชิดตัว เท้าบ่า ตีตัว ส่วนไอ้จรวดก็ถอยตีโต้ตามสไตล์ นานๆกว่าจะออกอาวุธ แต่ก็ไม่ผิดหวัง เพราะอาวุธที่ออกมาแรงและแม่น       เซียนในสนามยังมั่นใจหนุ่มเหนือ ให้เป็นต่อไอ้จรวด  3-1    ช่วงปลายอันหนุ่มหนือเดินติดตลอด ชนิดไม่ให้เวลาไอ้จรวดได้หายใจ  ไอ้จรวดเริ่มออกอาการป้อแป้ ล้มลุกคลุกคลานทำอะไรหนุ่มเหนือไม่ได้ ราคาพุ่งให้หนุ่มเหนือเป็นต่อ 5-1 ก่อนหมดอัน ไอ้จรวดสวนกลับได้บ้าง  แต่ละดอกแรงๆทั้งนั้น ทำให้ไอ้จรวดตีตื้นกลับมาได้บ้าง จบอันหนุ่มเหนือเป็นต่อ 3-1

    อันสอง หนุ่มเหนือคุมเกมได้หมดบี้ไอ้จรวดแทบหมดสภาพ

เริ่มอันสองหนุ่มเหนือยังเดินชิดต่อเหมือนรู้ว่าถ้าหยุดเมื่อไร ไอ้จรวดตีตายแน่ หนุ่มเหนือเดินติดชิดขยันตี ราคาไหลเป็นวันเวย์ หนุ่มเหนือเป็นต่อ 5-1 ลูกขยันตีจิกขนของหนุ่มเหนือได้ผล  หัวไอ้จรวดเริ่มมีเลือดออกมาให้กองเชียร์ได้เฮ  ที่คอไอ้จรวดมีรอยบอบช้ำไม่น้อยเซียนน้อยใหญ่เชื่อว่าไอ้จรวดเสร็จแน่ ราคาหนุ่มเหนือไหลไปถึง 8-1 ไอ้จรวดพยายามแก้สถานการณ์แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะโดนไล่บี้จนตั้งตัวไม่ติด จากถอยตีเป็นถอยล้ม ถอยหงาย    จนหมดอัน

    อันสาม แผลเก่าหนุ่มเหนือกำเริบ สถานการณ์พลิกผัน

เริ่มอันสาม เซียนดูสภาพไอ้จรวดแล้วท้อใจ ไม่น่ารอด เริ่มอัน ราคาหนุ่มเหนือเป็นต่อ 7-1   อันสามไอ้จรวดสุกงอม สังเวียนเต็มไปด้วยขนไอ้จรวด หลังจากโดนหนุ่มเหนือจิกตีตลอด ไอ้จรวดยังแก้เกมเดินติดของหนุ่มเหนือไม่ได้ หลายคนมองว่าน่าจะจบเกมส์ในอันนี้ แต่แล้วแผลเก่าที่ขาของหนุ่มเหนือจากไฟท์ก่อนก็เริ่มกำเริบเลือดไหลออกจากขาหนุ่มเหนือเป็นทาง  ทำให้หนุ่มเหนือไม่ขยันตีเหมือนเก่า แต่ยังเดินติดไม่ยอมห่าง ทำให้กองเชียร์ไอ้จรวดได้ลุ้นขึ้นมาบ้าง ราคาไอ้จรวดตีตื้นขึ้นมาจบอันหนุ่มเหนือเป็นต่อ 2-1

    อันสี่ และอันห้า หนุ่มเหนือปิดแผลออกมาตีเรียกเสียงเฮ

หนุ่มเหนือปิดแผลที่ขาเรียบร้อยไม่มีเลือดออก  เริ่มอันหนุ่มเหนือขยันตีเดินติดตามสไตล์ถนัด  แผลที่ขาไม่มีปัญหา อันที่ห้า ไอ้จรวดโดนแข้งของหนุ่มเหนือที่หน้ากระเพาะเต็มๆหลายที  ราคาหนุ่มเหนือเป็นต่อไปถึง 7-1 จนจบอัน

    อันหก จุดจบไอ้จรวดเมาแข้งเป๋ไปมา หนุ่มเหนือกำชัย

อันหก ไอ้จรวดแทบไม่เหลือขนติดตัว คอตกจากถอยตี มาใช้วิชามัดเมา ถอยล้ม เอนซ้าย เอนขวา ร่างกายบอกช้ำเต็มที  ตัวเล็กหดลงถนัดตา  ดูหนุ่มเหนือใหญ่กว่ามาก   ช่วงกลางอันหนุ่มเหนือบินตีด้วยท่าอินทรีย์ตะครุบเหยื่อเข้าเต็มลำ  ไอ้จรวดอดทนไม่ไหว วิ่งหนีอย่างหมดรูป  เสียงปรบมือดังลั่นสนาม

การวิเคราห์ของผู้สันทัดกรณี

    คุณประทีบ ปริชาตปรีชา(เสี่ยเน้า)     กล่าวว่า " สไตล์ตีของหนุ่มเหนือเป็นเชิงปราบพม่า  ผ่านไปสองอันหนุ่มเหนือก็มีโอกาส คว้าชัยชนะถึง 95สภาพไอ้จรวดไม่ไหวแล้ว ออกอาการคลุกเข่า บินไม่ออก ..."

    อัยการสมพงษ์ สุวรรณภักดี กล่าวว่า " ไก่แอ๊ด เป็นไก่ลุยประชิดตัว ขี้โมโห อย่างนี้ถึงจะเป็นไก่ปราบพม่า ... "

( คัดย่อ สรุปความ จาก นิตยสารสื่อปศุสัตว์ ฉบับปีที่ 2 ฉบับที่ 19 มิถุนายน 2543  หน้า 19 เรื่อง ไก่คู่หยุดโลก โดยกองบรรณาธิการ )

ภาพไก่ชนเหล่าป่าก๋อย

                                      

ไก่เหล่าป่าก๋อยชื่อเจ้าเก๊าท์

 

ไก่เหล่าป่าก๋อยจากซุ้ม ฮาร์เลยเดวิดสัน

 

ทัศนะของผู้รู้เกี่ยวกับไก่เหล่าป่าก๋อย

 

คุณชุมพล คำวังพฤกษ์ หรือครูมล                    

                  กล่าวว่า สีของไก่ป่าก๋อยมีเขียว-ลาย ถ้าเข้าสนามชนจะหาคู่ยาก เพราะเขากลัวว่าไก่ของเขาขนจะเสียหาย สีนี้ไก่เก่ง อยู่ที่บ้านอาจารย์นิ่ม ชื่อเจ้าเก๊าท์ ปากแข้งสีขาว ตาไม่เห็นแล้วทั้งสองข้าง ชอบเลี้ยงลูกไก่ กลางคืนเอาลูกไก่ให้มันเลี้ยง เจ้าเก๊าท์จะให้ลูกไก่นอนเต็มหน้าอก เหมือนแม่ไก่เลี้ยงลูก

ชั้นเชิงป่าก๋อยจะเข้าประกบก้าบหลัง ประกบจิกหลัง ตีเลย แล้วหัวไม่อยู่นิ่ง หัวจะอยู่กับหลังคู่ต่อสู้ตลอด ชนคอลึก เท้าบ่าตีตัว  เวลาเข้าจะมีโยนเข้าไปก่อนพม่าถอยไม่ทันแล้วจึงเข้าประกบวงใน แต่ก็ไม่ได้มีทุกตัว  ป่าก๋อยบางตัวถ้าโง่เอาหัวเข้าไปก่อน พม่าเตะหัวระเบิด          ต้องคัดเลือกเอาเฉพาะตัวดีๆ ป๋าก๋อยบางตัวก็คาบบางตัวก็ไม่คาบ  สำหรับเชิงที่ป่าก๋อยไม่ชอบหรือแพ้ทางก็พวก ม้าล่อ วิ่งๆแล้วตบ หรือที่พ่อหลวงสุพจน์เรียกว่า ไก่ดาวลอย

 

 

คุณแอ๊ด คาราบาว        

                 ให้ทัศนะไว้ว่า  อาจแบ่งไก่ป่าก๋อยออกเป็นเกรดได้คือ  1.จะต้องเป็นไก่ว่องไว เข้าไก่เร็ว เข้าไปในระดับหน้าอกคู่ต่อสู้ มีทั้งเข้าไปตรงๆแล้วจิกคว้าบาดีดทันทีที่ปากคาบติดขน เมื่อเสียจังหวะจะโยกตัวเข้ามัดปีก บางตัวหัวยังไม่โผล่พ้นจากใต้ปีกก็ดีดใส่ตัวคู่ต่อสู้ได้  2.จะต้องเป็นไก่มุดมัดลงซุกซ่อนใต้หว่างขาคู่ต่อสู้ ลงจิกข้อ ซุ่มซ่อน พอมีโอกาสจะจะโผล่ขึ้นตี แล้วทำเชิงลงซุ่มซ่อนอีก  ป่าก๋อยเชิงนี้ต้องระวังคู่ต่อสู้ที่ตีตีนเตี้ยเก่งๆ 3.จะต้องเป็นไก่ไล่คอเชิงพนัสหรือตราด แต่มีตัวตีหัวสลับกัน ที่พิเศษจะต้องปากไวและค้อนหนัก ป่าก๋อยเชิงนี้อาจถือได้ว่าเป็นป่าก๋อยเกรดท้ายๆ

 

view

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

view